กอน.คาดราคาอ้อยปีนี้สูงแตะ 1,000 บาทต่อตันอ้อย
 

กรุงเทพฯ  14 พ.ค. -  นายประเสริฐ  ตปนียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย  (กอน.) เปิดเผยถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายปี 2552 ว่า ดีที่สุดในรอบหลายปี ส่งผลให้ราคาอ้อยปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์  คาดว่าราคาอ้อยขั้นสุดท้ายปี 2551/2552  น่าจะอยู่ที่ระดับ 920 บาทต่อตันอ้อย จากราคาขั้นต้นที่ 830 บาทต่อตันอ้อย  และหากรวมค่าความหวานน่าจะทำให้ราคาอ้อยปีนี้ยืนอยู่ที่ระดับ 1,000 บาทต่อตันอ้อย  ขณะเดียวกันทิศทางราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูงจะทำให้ราคาอ้อยปี 2552/2553 ไม่ต่ำกว่าปีนี้ ซึ่งจะ มีผลให้ปริมาณอ้อยไม่ลดลงจากปีก่อน

“ปีนี้ถือเป็นปีทองของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย โดยฤดูการผลิตอ้อยและน้ำตาลปี 2551/2552 ซึ่งปิดหีบไปแล้วมีผลผลิตรวมทั้งสิ้น 66.5 ล้านตัน สามารถผลิตน้ำตาลทรายได้ 7.1 ล้านตัน  แม้ผลผลิตอ้อยที่ได้จะต่ำกว่าที่ คาดไว้ 5 ล้านตัน  แต่ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์จากปริมาณน้ำตาลในตลาดโลกที่ลดลง  เนื่องจากหลายประเทศมีผลผลิตน้ำตาลลดลงจึงต้องมีการนำเข้ามากขึ้น เช่น อินเดีย ยุโรป ปากีสถาน และจีน ทำให้ราคา น้ำตาลอยู่ในระดับที่ดีมากและชาวไร่อ้อยก็ได้ค่าอ้อยที่สูง”  นายประเสริฐ  กล่าว

สำหรับทิศทางการส่งออกน้ำตาลทรายปีนี้ นายประเสริฐ  กล่าวว่า คาดว่าจะมีประมาณ 5 ล้านตันและเป็นโอกาสดีต่อการส่งออกน้ำตาลของไทย  แม้ว่าสภาวะเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว แต่อัตราการบริโภคจะยังมีการขยายตัว โดยเฉพาะตลาดในภูมิภาคเอเชีย  ซึ่งถือเป็นตลาดส่งออกน้ำตาลที่สำคัญของไทยกว่าร้อยละ 98 เนื่องจากมีข้อได้เปรียบในด้านการขนส่ง โดยคาดว่าราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลกปีนี้น่าจะอยู่ที่ระดับประมาณ 14-15 เซนต์ต่อปอนด์  ซึ่งอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญมากต่อระบบเศรษฐกิจ ประเทศ โดยสร้างรายได้ต่อปีกว่า  80,000  ล้านบาท สร้างงานและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยประมาณกว่า 190,000  ครอบครัว และแก่ภาคธุรกิจรวมทั้งอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากกว่า 1 ล้านคน หากมีการหมุนเวียนเงินจำนวนดังกล่าวในระบบเศรษฐกิจ 5 รอบ จะเพิ่มมูลค่าอีกกว่า  400,000  ล้านบาท และก่อให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ผลิตกระแสไฟฟ้า เอทานอล อาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม

เลขาธิการ กอน. กล่าวด้วยว่า หากเปรียบเทียบการส่งออกสินค้าเกษตรในปีที่ผ่านมา น้ำตาลมีมูลค่าส่งออกถึง  47,000  ล้านบาท สูงกว่ามันสำปะหลังที่มีมูลค่า  45,000 ล้านบาท  และเพื่อให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย มีการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดการค้าโลก และสามารถคงความได้เปรียบในการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้อย่างยั่งยืน ภาครัฐจึงได้ส่งเสริมและพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตอ้อยและน้ำตาลทรายอย่างต่อเนื่อง ทั้งร่วมกับสมาคมชาวไร่อ้อย และโรงงานน้ำตาลทั้ง 47 โรง ผลิตอ้อยพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิตและค่าความหวานสูง ทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูอ้อย รวมถึงสนับสนุนโดยการให้สินเชื่อเพื่อส่งเสริมการปลูกอ้อยกว่า 10,000  ล้านบาท สินเชื่อเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งจำนวน  2,000  ล้านบาท ให้แก่ชาวไร่อ้อยเพื่อนำไปใช้ในการปลูกและบำรุงรักษาอ้อย พัฒนาแหล่งน้ำและระบบการจัดการในไร่อ้อย นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการเสนอโครงการสินเชื่อเพื่อซื้อรถตัดอ้อยปีละกว่า  1,000  ล้านบาท

ด้านนายวิบูลย์ ผาณิตวงศ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกจะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง สาเหตุจากการที่หลายประเทศ เช่น อินเดีย จีน และยุโรป ประสบปัญหาภัยธรรมชาติทำให้ผลผลิตอ้อยลดลงจนต้องมีการนำเข้าน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้น  โดยราคาน้ำตาลทราย ในตลาดโลกปรับตัวสวนภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา  ซึ่งประเมินว่าราคาน้ำตาลทรายดิบในตลาดโลกน่าจะทรงตัวใน ระดับสูงประมาณ 14-15 เซนต์ต่อปอนด์ จึงคาดว่าราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิตปี 2552/2553 จะสูงในระดับไม่ต่ำ กว่า 800 บาทต่อตัน  โดยผลพวงจากราคาอ้อยที่ปรับตัวสูงขึ้น  ทำให้คาดว่าในฤดูกาล 2552/2553 เกษตรกรจะหันมาปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น ซึ่งมีปริมาณอ้อยต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ค่อนข้างมากโดยมีผลผลิตรวม 66.5 ล้านตัน จากที่คาดว่า จะมีผลผลิต 71.80 ล้านตัน.-LogisticNews

 

วันที่ปรับปรุงข้อมูล: 14-05-2552 16:05:17 

 

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สถานีข่าวและสาระ
.ทุกวัน เวลา 18.00-19.00 น

..........................................................

เรื่อง:เปิดแผนยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานฯ 2.4 ล้านๆบาท
โดย:นายสถานี
วันที่:26-08-2557 19:08:07

:: อ่านทั้งหมด  

 

Visitor Number

 

 
 

Copyright @ Manhattan International Communication Co.,Ltd.
Tel:
02-962-1088  Mobile: (081) 750-2070  Email: info@logisticnews.net