ไอแบงก์ล้มแผนหาพันธมิตร
 

 นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือ ไอแบงก์ เปิดเผยว่า ขณะนี้การเจรจาหาพันธมิตรในการเข้ามาร่วมทุนกับธนาคารได้ยุติลงไปก่อน หลังจากกลุ่มนักลงทุนและสถาบันการเงินที่สนใจเข้ามาขอดูข้อมูลทางการเงิน เมื่อมีการเจรจาเรื่องเงื่อนไขต่างๆ ที่เสนอ เห็นว่ายังไม่เหมาะสม ธนาคารจึงเห็นว่าควรให้ยุติเรื่องหาพันธมิตรไว้ก่อน
          ทั้งนี้ ในการประชุมผู้ถือหุ้นไอแบงก์ประจำปี 2559 วันที่ 27 พ.ค.นี้ จะมีวาระสำคัญ คือ การเสนอเรื่องการแยกหนี้ดีและหนี้เสียออกจากกัน โดยให้กระทรวงการคลังตั้งบริษัทจัดการสินทรัพย์ หรือ เอเอ็มซี ขึ้นมารับหนี้เสียไปบริหาร รวมถึงจะมีการเสนอแนวทางการเพิ่มเงินกองทุนในรูปแบบที่ไม่ใช่เงินเพิ่มทุนจากกระทรวงการคลัง ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการหาแนวทางอื่น เช่น การให้ธนาคารออกหุ้นบุริมสิทธิ หรือการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน
          อย่างไรก็ดี คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ หรือ ซูเปอร์บอร์ด ได้ให้ความเห็นชอบที่จะให้กระทรวงการคลังตั้งเอเอ็มซีเพื่อรับโอนหนี้เสียจากไอแบงก์มาบริหารต่อ โดยจะว่าจ้างเอกชนมาบริหารสินทรัพย์ดังกล่าวอีกทีหนึ่ง
          รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเดินหน้าหาพันธมิตรของไอแบงก์ไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากสถาบันการเงินจากต่างประเทศที่อ้างว่ามี 10-20 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธนาคารอิสลามในต่างประเทศ ได้ให้ความสนใจติดต่อผ่านเข้ามาทางธนาคารโดยตรง และบางรายผ่านมาทางกระทรวงการคลัง แต่เมื่อได้เข้ามาดูข้อมูลทางการเงิน ซึ่งเกือบทุกรายเมื่อพบว่า ปัญหาหนี้เสียของธนาคารที่มีมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท เป็นการปล่อยกู้ให้กับประชาชนทั่วไป ไม่ใช่หนี้เสียที่เกิดจากชาวมุสลิม
          "จากข้อมูลการเงิน พบว่า หนี้เสียที่เกิดจากชาวมุสลิมมีเพียงกว่า 3,000 ล้านบาท ทำให้สถาบันการเงินเกือบทั้งหมดยุติการเจรจา เพราะเห็นว่าธนาคารไม่ดำเนินธุรกิจเพื่อชาวมุสลิมอย่างแท้จริง หากเข้ามาแก้ปัญหาก็เท่ากับเป็นการขนเอาเงินอย่างน้อย 2-3 หมื่นล้านบาทมาเติมเงินกองทุนที่ติดลบ ซึ่งถือว่าเป็นมูลค่าการลงทุนที่สูงเกินไป" แหล่งข่าวระบุ
          สำหรับผลดำเนินงานไอแบงก์ ณ สิ้นปี 2558 มีสินเชื่อคงค้าง 9.84 หมื่นล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2557 ที่มีสินเชื่อคงค้าง 1.09 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้มีสินเชื่อปกติ (B1) 3.88 หมื่นล้านบาท ลดลง 5,283 ล้านบาท หรือ 12% จากสิ้นปี 2557 ที่มี 4.41 หมื่นล้านบาท ขณะที่สินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (B2) มี 8,746 ล้านบาท ลดลง 9,168 ล้านบาท หรือ 51% จากสิ้นปี 2557 ที่มีสินเชื่อกลุ่มนี้สูงถึง 1.79 หมื่นล้านบาท
          นอกจากนี้ สินเชื่อด้อยคุณภาพ (B3-B5) หรือกลุ่มที่ค้างชาระเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีเอฟ) ณ สิ้นปี 2558 อยู่ที่ 5.08 หมื่นล้านบาท เทียบกับสิ้นปี 2557 ที่มีอยู่ 4.78 หมื่นล้านบาท โดยในระหว่างปี 2558 เอ็นพีเอฟได้เพิ่มสูงแตะ 5.52 หมื่นบาทในไตรมาสแรก แต่ล่าสุดเอ็นพีเอฟของไอแบงก์ ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2559 อยู่ที่ประมาณ 4.7 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 48% ของสินเชื่อรวม 9.7 หมื่นล้านบาท
 

วันที่ปรับปรุงข้อมูล: 16-05-2559 08:05:59 

 

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สถานีข่าวและสาระ
.ทุกวัน เวลา 18.00-19.00 น

..........................................................

เรื่อง:เปิดแผนยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานฯ 2.4 ล้านๆบาท
โดย:นายสถานี
วันที่:26-08-2557 19:08:07

:: อ่านทั้งหมด  

 

Visitor Number

 

 
 

Copyright @ Manhattan International Communication Co.,Ltd.
Tel:
02-962-1088  Mobile: (081) 750-2070  Email: info@logisticnews.net