คุณภาพบริการรถไฟไทย..สะท้อนภาพ..รัฐสวัสดิการที่ย่ำแย่ !

 

“การให้บริการแบบ PSO นี้ ทำให้องค์กรขนส่งทุกแห่งขาดทุนกันถ้วนหน้า  แต่รัฐบาลทุกแห่งก็พร้อม    เต็มใจควักกระเป๋าจ่ายชดเชยให้  เพราะเขาเล็งเห็นว่า  หากระบบขนส่งระหว่างเมือง และในเมืองดี  จะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจภาพรวม  แก้ปัญหาจราจร เกิดความคล่องตัว  สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี สังคมน่าอยู่  การท่องเที่ยวก็พลอยคึกคักไปด้วย”

 

 

สวัสดีครับ รายงานพิเศษ LogisticNews สัปดาห์นี้  เป็นเรื่องเก็บตกที่ผมมีโอกาสพบประสบด้วยตัวเอง และก็ค้างคาในสมอง กลับมาเขียนให้แฟนๆ ติดตามกัน  สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันหยุดยาว 3 วัน ในโอกาสวันรัฐธรรมนูญ  และก็ได้พร้อมใจกับน้องชาย พาครอบครัวเดินทางไปเที่ยวหัวหิน  ประจวบคีรีขันธ์  แหล่งท่องเที่ยวเลื่องชื่อของไทย  แต่ที่พิเศษที่สุด  คือการตัดสินใจไปท่องเที่ยวโดยขบวนรถไฟ  เป็นการทดลองกระแสท็อปฮิต การใช้บริการขนส่งสาธารณะ  ในยุคราคาน้ำมันที่แพงลิบลิ่ว  การไปเที่ยวทริป 2 วันอย่างนี้  2 ครอบครัว รถ  2 คัน ค่าน้ำมันประมาณ 4,000 บาทครับ ค่าที่พักอีกประมาณ 6,000 บาท ไม่รวมค่ากินเที่ยว  เห็นได้ว่าหากยังใช้การท่องเที่ยวแบบใช้รถส่วนตัว  จะหมดเงินเป็นหมื่นแน่นอนครับ  คงเป็นเรื่องไม่ดี ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้  ซึ่งผมจะบอกว่า  มีนักท่องเที่ยวคนไทยไม่น้อยที่คิดเหมือนผม  ทำให้ขบวนรถไฟกรุงเทพ-หัวหิน ครั้งนี้คนแน่นพอดู

                                      

แต่สิ่งที่ผมประสบ และอยากจะหยิบมาเล่าก็คือ  สภาพงานบริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือรฟท.   ซึ่งเมื่อสัมผัสผมถือว่ามาตรฐานยังย่ำอยู่กับที่   ไม่ว่าจะเป็นความสะอาด  สภาพรถ พัดลมที่อยากจะหมุนก็  อยากจะไม่หมุน ก็ได้   ความสะอาดของชานชาลา  และแม้แต่งานบริการของพนักงาน  ยังถือว่าอยู่ในระดับน่าผิดหวัง  ในทางกลับกัน หรือว่าผมหวังมากไป ?   สำหรับบริการรถไฟชั้น 3 ที่คิดค่าโดยสารและค่าธรรมเนียม  แค่คนละ 44 บาท  (เส้นทาง กรุงเทพ-หัวหิน )ซึ่งหลายคนคิดว่าถูกแสนถูก  และการคิดค่าโดยสารแบบขาดทุนเช่นนี้   เพื่อบริการสาธารณะ (PSO) เช่นนี้   เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ รฟท.ขาดทุนสะสม  40,000-50,000 ล้านบาท ในอดีต

                                      

                                      

ประเด็นสำคัญ  และเป็นสิ่งที่ผมเขียนจั่วหัว คือ คุณภาพบริการรถไฟไทย..สะท้อนภาพ..รัฐสวัสดิการที่ย่ำแย่ !  เพราะช่วงนี้เป็นช่วงหาเสียงก่อนเลือกตั้ง  และมีการพูดถึงนโยบายของแตละพรรค  ประชานิยมบ้าง รัฐสวัสดิการบ้าง   ซึ่งคุณภาพงานบริการของรถไฟดังกล่าว  ผมจะร่ายยาวรวมไปถึงบริการ  ของรถเมล์ร่วมบริการของขสมก.ด้วย  ซึ่งคุณภาพบริการผมคงไม่ต้องสาธยายถึงว่าเป็นอย่างไร     ที่ผ่านมา  ในอารยประเทศที่เขาเจริญแล้ว  บริการขนส่งสาธารณะ ถือเป็นบริการพื้นฐาน ที่ภาครัฐ จัดการให้แก่ประชาชน  แน่นอน การให้บริการแบบ PSO นี้ ทำให้องค์กรขนส่งทุกแห่งขาดทุนกันถ้วนหน้า  แต่รัฐบาลทุกแห่งก็พร้อม    เต็มใจควักกระเป๋าจ่ายชดเชยให้  เพราะเขาเล็งเห็นว่า  หากระบบขนส่งระหว่างเมือง และในเมืองดี  จะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจภาพรวม  แก้ปัญหาจราจร เกิดความคล่องตัว  สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี สังคมน่าอยู่  การท่องเที่ยวก็พลอยคึกคักไปด้วย

แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไทยทุกยุคทุกสมัย  ทำไมตกสำรวจในการพัฒนา รฟท.อย่างจริงจัง   ทำห้องค์กรเหล่านี้  ขาดทุนสะสมมากมาย  บริการที่ย่ำแย่  ผมไม่โทษคนรถไฟ  เพราะภาครัฐไม่เคยเหลียวแลแก้ปัญหาให้เขา   การไม่แก้ปัญหาที่โครงสร้าง ทำให้ทุกรัฐบาลปัจจุบัน ต้องคอยมาอนุมัติเงินปีละ 4,000-5,000 ล้านบาท ชดเชยผลขาดทุน รฟท.ทุกปี  ซึ่งสุดท้ายก็ถือเป็นการนำเงินภาษี ไปชดเชยรูปแบบหนึ่ง  แต่ไม่มีรัฐบาลไหนหยิบมาทำให้เป็นเรื่องเป็นราว   ยิ่งช่วงหาเสียงอย่างนี้   ทุกพรรคเอาแต่หาเสียงจะสร้างรถไฟฟ้า 5 เส้นทาง 10 เส้นทาง แต่ไม่มีพรรคใดพูดถึงรถไฟบ้าง   ผมจึงจะเตือนสติท่านนักการเมืองทั้งหลาย  กรุงเทพฯ ไม่ใช่ประเทศไทยนะครับ  นักการเมืองควรเอาใจชาวบ้านที่เขาอยู่ในชนบทห่างไกล  ให้เขาได้ใช้ของดีมีคุณภาพบ้าง

                                       

สุดท้ายมาพูดถึงนโยบายประชานิยม  หรือรัฐสวัสดิการ  ที่ผ่านมา ผมจะบอกว่า  การเมืองในรูปแบบของประชานิยมในยุดที่ผ่านมา สามารถประสบความสำเร็จ  เข้าไปครองใจช่าวบ้าน  เพราะระบบรัฐสวัสดิการล้มเหลว เป็นประเด็นสำคัญ    หากท่านผู้อ่าน เป็นคนที่เคยเดินทางเครื่องบิน  และเดินทางโดยสารรถไฟชั้น 3 ท่านจะทราบว่า คุณภาพชีวิตของคนไทย  มันแตกต่างเหลื่อมล้ำกันแค่ไหน   สิ่งที่ผมอยากจะบอกถึงนักการเมือง และเล่าให้เห็นภาพชัดๆ  เช่น การสร้างฝายเก็บน้ำ  ในจังหวัดเล็กๆจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน (ขอไม่เอ่ยชื่อ จว.)   ที่ผ่านมา ชาวบ้านต้องการแหล่งเก็บน้ำเพื่อทำการเกษตร  และต้องรอการสร้างเขื่อนเก็บน้ำ มานานนับ 10 ปี  เพราะกระบวนการของบประมาณตามขั้นตอนของรัฐ  มันไม่ทำให้ความต้องการของชาวบ้านสมหวัง  แต่พอมีพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง นายกรัฐมนตรี   ลงไปประชุมในพื้นที่  พบว่าพื้นที่นั้น ต้องการฝายเก็บน้ำมัน ใช้งบประมาณสร้าง 200  ล้านบาท ก็สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้งบกลางสร้างทันที  สำหรับผมแล้ว สิ่งที่อยากจะบอก คือไม่ว่าจะเป็นรัฐสวัสดิการ  หรือประชานิยม ขอให้ปัญหาของประชาชนถูกแก้ไข  นั้นคือหนทางที่ดีที่สุด  และนักการเมืองที่บอกว่า ระบบประชานิยมอันตราย   ก็ไม่มีสิทธิ์โกรธชาวบ้าน  เพราะคุณไม่เคยทำอะไรให้เขา!

                                           

 

 

 



 

 
โดย:วีระพันธ์ สุขศึกพ่าย

Update news: 24-01-2551 22:01:07

 
 

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สถานีข่าวและสาระ
.ทุกวัน เวลา 18.00-19.00 น

..........................................................

เรื่อง:เปิดแผนยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานฯ 2.4 ล้านๆบาท
โดย:นายสถานี
วันที่:26-08-2557 19:08:07

:: อ่านทั้งหมด  

 

Visitor Number

 

 
 

Copyright @ Manhattan International Communication Co.,Ltd.
Tel:
02-962-1088  Mobile: (081) 750-2070  Email: info@logisticnews.net