“วิกฤติการขนส่งทางอากาศ..พลังงาน..และภาวะโลกร้อน”

 

“การท่องเที่ยวก็เป็นแรงผลักดันที่ทำให้มีจำนวนผู้โดยสารเครื่องบินเพิ่มขึ้น คาดกันว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปต่างประเทศประมาณ 1,100 ล้านคน ในปี 2010 และภายในปี 2020 จะมีถึง 1,600 ล้านคน ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวเองก็จะพบกับ "โศกนาฏกรรม" ถ้าปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป”

 

รายงานพิเศษ LogisticNews  สัปดาห์นี้ ผมขอทิ้งเรื่องการเมืองวุ่น ๆ  โก อินเตอร์ ไปกับข่าวยอดฮิตระดับโลก  ซึ่งช่วงนี้หลายคนอาจเริ่มติดหู ผมหมายถึงปัญหาภาวะโลกร้อนนั้นละครับ  ที่ผ่านมาเป็นข่าว และกำลังก่อให้เกิดกระแสการรณรงค์ เพื่อลดภาวะโลกร้อนไปทั่วโลก  ซึ่งเรื่องภาวะโลกร้อนนี้ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการด้านขนส่ง หรือ Logistics เหมือนกัน  โดยเฉพาะการขนส่งทางอากาศ  ซึ่งผมจะเล่าให้ฟังเข้าใจง่าย ๆ ที่ผ่านมา  นอกจากโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่  ที่ได้รับการจับตาและประณามว่า เป็นสาเหตุของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์  ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวสำคัญ   ส่งผลต่อการทำลายสภาพชั้นบรรยากาศของโลก  ก่อให้เกิดภาวะอุณหภูมิของโลกสูงขึ้นทุกวัน  หรือ เรานิยามง่ายๆว่าภาวะโลกร้อนครับ

                                   

ที่นี้ การขนส่งทางอากาศ ไปเกี่ยวข้องอย่างไร ผมสรุปคำนิยามที่ " ฟรานเชสโก ฟรานจิอัลลี (Francesco Frangialli) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการท่องเที่ยวโลก (World Tourist Organisation : WTO) กล่าวต่อที่ประชุมนานาชาติว่าด้วยเรื่องอุตุนิยมวิทยา ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงมาดริด ว่า ในปี 2006 ผู้คน 842 ล้านคนออกเดินทางไปพักผ่อนยังต่างประเทศ และ 40% ของคนเหล่านั้น เดินทางสู่จุดหมายด้วยเครื่องบิน ซึ่งก็คือ คน 336 ล้านคน หรือเป็นจำนวนมากกว่าประชากรของสหรัฐฯ ที่ออกเดินทางท่องเที่ยวพร้อมปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นตัวการเร่งให้เกิดภาวะโลกร้อน

การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง (ภูมิอากาศ)ในตอนนี้ และก่อให้เกิดกระบวนการโลกร้อน จากการท่องเที่ยวที่เฟื่องฟูมากจนเกินไป  ในปี 2006 ผู้คน 842 ล้านคนออกเดินทางไปพักผ่อนยังต่างประเทศ และ 40% ของคนเหล่านั้น เดินทางสู่จุดหมายด้วยเครื่องบิน ซึ่งก็คือ คน 336 ล้านคน หรือเป็นจำนวนมากกว่าประชากรของสหรัฐฯ ที่ออกเดินทางท่องเที่ยวพร้อมปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นตัวการเร่งให้เกิดภาวะโลกร้อน

                                   

ที่สำคัญ การขนส่งทางอากาศยังคงปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวสำคัญ สู่ชั้นบรรยากาศเพียง 2% ของทั้งหมด แต่การขนส่งทางอากาศก็กำลังมีส่วนก่อปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ และการท่องเที่ยวก็เป็นแรงผลักดันที่ทำให้มีจำนวนผู้โดยสารเครื่องบินเพิ่มขึ้น คาดกันว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปต่างประเทศประมาณ 1,100 ล้านคน ในปี 2010 และภายในปี 2020 จะมีถึง 1,600 ล้านคน ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวเองก็จะพบกับ "โศกนาฏกรรม" ถ้าปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป

                                   

ความเห็นที่ระบุว่า การให้บริการ ของสายการบินทั่วโลก  เป็นส่วนสำคัญ ที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน  ดังนั้นในอนาคต  นอกจากธุรกิจการบิน จะได้รับผลกระทบ จากราคาน้ำมัน ที่ปรับตัวสูงขึ้น  และยังไม่มีพลังงานชนิดอื่นมาทดแทน  เหมือนการขนส่งประเภทอื่น

นอกจากนี้ ในอนาคต ธุรกิจสายการบิน  จะมีต้นทุน ในการจัดซื้อคาร์บอน เครดิต ตามกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM) ภายหลังพิธีสารเกียวโตมีผลบังคับใช้ ซึ่งขณะนี้  ธุรกิจที่ก่อมลภาวะเรือนกระจก ในประเทศพัฒนาแล้ว  กำลังเร่งซื้อ คาร์บอนเครดิต จากโค้วต้า ของประเทศกำลังพัฒนา  หากพูดให้เข้าใจง่ายๆ หมายถึง การที่ธุรกิจยักษ์ใหญ่ในประเทศพัฒนาแล้ว กำลังไล่ซื้อสิทธิ์ในการก่อมลพิษ  ตามโค้วต้าที่กำหนดขึ้นทั่วโลก เพื่อสร้างความชอบธรรมแก่ตนเอง ซึ่งผมว่าเรื่องนี้ ท้ายที่สุดจะเป็นตัวเร่งการก่อมลพิษแก่โลกมากกว่า อย่างไรก็ตามต้นทุนในการจัดหา คาร์บอน เครดิต  ในธุรกิจการขนส่งทางอากาศ ก็จะทำให้แต่ละสายการบินมีต้นทุนสูงขึ้นทุกๆปี  หมายความว่า ใน 10 ปีข้างหน้า คงต้องดูว่า  การขยายบริการ ของธุรกิจการบิน จะสู้แรงเสียดทานจากต้นทุนที่สูงได้หรือเปล่า และใครจะอยู่รอดได้บ้าง !

                                   

 

 


 

 
โดย:วีระพันธ์ สุขศึกพ่าย

Update news: 26-01-2551 07:01:54

 
 

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สถานีข่าวและสาระ
.ทุกวัน เวลา 18.00-19.00 น

..........................................................

เรื่อง:เปิดแผนยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานฯ 2.4 ล้านๆบาท
โดย:นายสถานี
วันที่:26-08-2557 19:08:07

:: อ่านทั้งหมด  

 

Visitor Number

 

 
 

Copyright @ Manhattan International Communication Co.,Ltd.
Tel:
02-962-1088  Mobile: (081) 750-2070  Email: info@logisticnews.net